การบาดเจ็บที่ไหล่สามารถจำกัดการใช้ชีวิตประจำวันของคุณได้มาก และทำให้คุณต้องหยุดจากกิจกรรมที่ชอบ ที่โรงพยาบาล WIH International กรุงเทพฯ เราเข้าใจดีว่าคุณต้องการกลับมาเคลื่อนไหวไหล่ได้เต็มช่วง และกลับไปใช้ชีวิตแบบแอคทีฟให้เร็วที่สุด เราจึงเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องไหล่ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย พร้อมการรักษาแบบครบวงจรสำหรับอาการบาดเจ็บไหล่หลายรูปแบบ เพื่อให้คุณฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และกลับไปทำกิจกรรมได้เร็ว ทีมออร์โธปิดิกส์เฉพาะทางของเราที่กรุงเทพฯ พร้อมดูแลและพาคุณผ่านทุกขั้นตอนของการรักษา
การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery): วิธีรักษาแบบแผลเล็ก
การส่องกล้องข้อเป็นเทคนิคการผ่าตัดสมัยใหม่ที่ช่วยเปลี่ยนวิธีการรักษาปัญหาข้อของศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ สามารถตรวจดูภายในข้อและรักษาได้อย่างละเอียดผ่านแผลขนาดเล็ก แทนที่จะเปิดแผลใหญ่แบบการผ่าตัดดั้งเดิม แพทย์จะใช้กล้องขนาดเล็ก (arthroscope) และเครื่องมือผ่าตัดเฉพาะทางใส่ผ่านแผลเล็กๆ แบบ “keyhole” วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรักษาเอ็นหมุนรอบหัวไหล่ฉีก (rotator cuff tear), การบาดเจ็บของกระดูกอ่อนริมเบ้าข้อไหล่ (labral injury) และภาวะไหล่หลวม/ข้อไหล่ไม่มั่นคงจากการเล่นกีฬา เพราะช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อได้มากกว่าการผ่าตัดเปิด
ทำความเข้าใจการบาดเจ็บที่ไหล่และเหตุผลที่ต้องผ่าตัดส่องกล้อง
ข้อไหล่เป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกาย แต่ความยืดหยุ่นสูงนี้ก็มาพร้อมความไม่มั่นคง ข้อไหล่ต้องพึ่งพากล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเอ็นยึดข้อหลายส่วนทำงานประสานกัน หากเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา การล้ม หรือการใช้แขนยกเหนือศีรษะซ้ำๆ โครงสร้างเหล่านี้อาจได้รับความเสียหาย ทำให้เกิดอาการปวด อ่อนแรง และไหล่หลวม เมื่อการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมไม่ได้ผล การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่มักเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพที่สุด
อาการบาดเจ็บที่ไหล่ที่พบบ่อยและรักษาเป็นประจำ
1. เอ็นหมุนรอบหัวไหล่ฉีก (Rotator Cuff Tears)
กลุ่มเอ็นหมุนรอบหัวไหล่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 4 มัดและเส้นเอ็นที่หุ้มรอบข้อไหล่ ทำหน้าที่ช่วยพยุงข้อและทำให้ยกและหมุนแขนได้ การฉีกขาดอาจเกิดจากอุบัติเหตุเฉียบพลัน (เช่น ล้มกระแทก) หรือเกิดจากการเสื่อมเรื้อรัง ทำให้ปวดไหล่มากและยกแขนลำบาก มักต้องซ่อมเอ็นหมุนรอบหัวไหล่
2. กระดูกอ่อนริมเบ้าข้อไหล่ฉีก (Labral Tears)
Labrum คือกระดูกอ่อนที่เป็นขอบรอบเบ้าข้อไหล่ ทำหน้าที่ทำให้เบ้าลึกขึ้นและเพิ่มความมั่นคงให้ข้อไหล่ เมื่อเกิดการฉีกขาด (เช่น SLAP tear หรือ Bankart lesion จากการไหล่หลุด) ผู้ป่วยจะมีอาการปวด มีเสียงกึกกัก และรู้สึกว่าไหล่หลวม มักต้องซ่อม labrum เพื่อให้ข้อกลับมามั่นคง
3. ภาวะไหล่ถูกหนีบ (Shoulder Impingement Syndrome)
เกิดจากเอ็นของ rotator cuff ถูกกดหรือเบียดอยู่ระหว่างกระดูก ทำให้ปวดและยกแขนไม่ได้สุด การส่องกล้องสามารถใช้ในการกรอเอากระดูกงอก (bone spur) หรือตัดเนื้อเยื่ออักเสบออกได้
4. ไหล่หลวม/ไหล่หลุด (Shoulder Instability/Dislocation)
เกิดเมื่อหัวกระดูกต้นแขนหลุดออกจากเบ้าข้อไหล่ หากไหล่หลุดซ้ำๆ มักบ่งชี้ว่ามีการฉีกขาดของ labrum หรือเอ็นรอบข้อ และจำเป็นต้องผ่าตัดส่องกล้องเพื่อทำให้ข้อกลับมามั่นคง
5. เอ็นกล้ามเนื้อไบเซปส์อักเสบหรือฉีก (Biceps Tendonitis/Tears)
เกิดการอักเสบหรือฉีกบริเวณที่เอ็นไบเซปส์เกาะที่ข้อไหล่ ซึ่งพบได้ในคนที่ใช้แขนเหนือศีรษะบ่อยหรือเล่นกีฬา
การบาดเจ็บเหล่านี้สามารถรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันและการเล่นกีฬาได้มาก และหลายกรณีจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องเฉพาะทางเพื่อให้ไหล่กลับมาใช้งานได้เต็มที่และกำจัดอาการปวดไหล่เรื้อรังให้หมดไป
หมายเหตุสำคัญเกี่ยวกับราคาและการประสานงานกับบริษัทประกัน
ราคาแพ็กเกจที่ระบุไว้ข้างต้นจัดทำสำหรับผู้ป่วยชำระเอง (Self-pay) ที่ชำระด้วยเงินสดหรือโอนผ่านบัญชีธนาคารโดยตรง
หากคุณวางแผนจะใช้สิทธิประกันสุขภาพจากบริษัทต่างๆ เช่น AIA, Prudential, AIG ฯลฯ ขอแนะนำให้ติดต่อทีมพยาบาล UR ของเราล่วงหน้า ทีมนี้มีหน้าที่ช่วยประสานงานกับบริษัทประกัน และจะจัดทำใบเสนอราคาที่เหมาะสมกับกรมธรรม์ของคุณ เพื่อให้ขั้นตอนเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นไปอย่างราบรื่นและชัดเจน
ทำไมผู้ป่วยจึงเลือกโรงพยาบาล WIH International ในการผ่าตัดไหล่
✅ เทคนิคผ่าตัดส่องกล้องไหล่ขั้นสูง
✅ ทีมศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์เฉพาะทางไหล่ที่มากประสบการณ์และดูแลอย่างใส่ใจ ในกรุงเทพฯ
✅ ราคาแบบครบจบ โปร่งใส
✅ ห้องพักฟื้นส่วนตัวที่สะดวกสบาย
✅ เจ้าหน้าที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ
✅ ทำเลสะดวกใจกลางกรุงเทพฯ
FAQ
การผ่าตัดส่องกล้องไหล่เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ใช้แผลขนาดเล็ก กล้องขนาดจิ๋ว (arthroscope) และเครื่องมือเฉพาะทาง ทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ ถูกกระทบน้อยกว่า ปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า แผลเป็นเล็กกว่า และโดยทั่วไปฟื้นตัวได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดไหล่แบบเปิดแบบดั้งเดิม
ระยะเวลาที่ต้องใส่สลิงพยุงแขนจะแตกต่างกันมากตามชนิดของหัตถการที่ทำ (เช่น การซ่อมเอ็นหมุนรอบหัวไหล่จะต้องใสนานกว่าการส่องกล้องเก็บเศษเนื้อเยื่อทั่วไป) ถ้าเป็นการซ่อมที่ซับซ้อนมักต้องใส่ต่อเนื่องหลายสัปดาห์เพื่อปกป้องเนื้อเยื่อที่กำลังสมาน ศัลยแพทย์ของคุณจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนตามการผ่าตัดของคุณ
เป้าหมายของการผ่าตัดส่องกล้องไหล่และการทำกายภาพบำบัดหลังผ่าตัดคือการฟื้นฟูการทำงานของไหล่ให้ได้มากที่สุด หากปฏิบัติตามโปรแกรมฟื้นฟูและทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถกลับมามีช่วงการเคลื่อนไหวและกำลังของไหล่ดีขึ้นอย่างชัดเจน และมักได้ผลลัพธ์ระยะยาวที่ดีมาก
การกลับไปเล่นกีฬาจะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ไหล่ ประเภทของการผ่าตัดที่ทำ และความก้าวหน้าในการทำกายภาพบำบัด หากเป็นการซ่อมที่ซับซ้อน เช่น การซ่อมเอ็นหมุนรอบหัวไหล่ (rotator cuff repair) หรือการซ่อม labrum อาจต้องใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 9 เดือน หรือมากกว่านั้น จึงจะกลับไปเล่นกีฬาระดับแข่งขันได้อย่างปลอดภัย ภายใต้คำแนะนำของศัลยแพทย์และนักกายภาพบำบัด
การผ่าตัดส่องกล้องไหล่มีประสิทธิภาพในการรักษาหลายภาวะ เช่น เอ็นหมุนรอบหัวไหล่ฉีก (rotator cuff tear), กระดูกอ่อนริมเบ้าข้อไหล่ฉีก (labral tear) ที่มักเกิดหลังไหล่หลุด, ภาวะไหล่ถูกหนีบ (shoulder impingement syndrome), ปัญหาเอ็นกล้ามเนื้อไบเซปส์ รวมถึงการนำชิ้นส่วนกระดูกหรือเนื้อเยื่ออักเสบที่อยู่ภายในข้อออก
